ลำดับแรกของการสตาร์จรถยนต์เครื่องยนต์เกียร์ธรรมดามีดังนี้
1.ดึงเบรกมือ เพื่อไม่ให้รถเคลื่อนย้ายได้
2.ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในรถยนต์ทั้งหมด เพื่อให้แบตเตอรี่ภายในรถยนต์มีไฟฟ้าเพียงพอที่จะสตาร์จ
3.เข้าเกียร์ว่างรถยนต์
4.เหยียบคลัตช์รถยนต์ให้สุด เพื่อที่จะทำให้เครื่องยนต์รถยนต์สตาร์ตติดง่าย รถบางคันหากเราไม่เหยียบคลัตช์เครื่องยนต์รถยนต์จะสตาร์ตไม่ติด อีกทั้งเป็นการช่วยยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ ได้ด้วย
ข้อเตือนใจ
- อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในแต่ละครั้งขณะสตาร์ตรถยนต์นั้น ส่วนใหญ่เกิดจากการที่ผู้ขับขี่รถยนต์จอดรถคาเกียร์ไว้ และผู้ขับขี่รถยนต์ยืนอยู่นอกรถขณะสตาร์ต
one2car cars car หัดขับรถ รถยนต์ รถยนต์มือสอง มือใหม่หัดขับ ซื้อรถ ซื้อรถยนต์ ขายรถ ขายรถยนต์ รถมือสอง รถใหม่ รถป้ายแดง ขับรถยนต์ ขับรถ ซ่อมรถยนต์ ซ่อมรถ ติดแก๊สรถ ติดแก๊สรถยนต์ หัดขับรถเกียร์ธรรมดา หัดขับรถเกียร์ออโต้ หัดขับรถด้วยตนเอง หัดขับรถกระบะ หัดขับรถเบื้องต้น หัดขับรถที่ไหน โรงเรียนสอนขับรถ
วันอาทิตย์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2555
มารู้จักส่วนประกอบสัญญลักษณ์ต่าง ๆ ภายในรถที่ผู้ขับขี่รถยนต์ควรทราบ
ส่วนประกอบต่าง ๆ ภายในรถยนต์ที่ผู้ขับขี่ควรทราบและสังเกต ก่อนขับขี่รถยนต์ ซึ่งหากทราบว่ามีสัญญลักษณ์ที่ขึ้นนั้นเตือน แสดงว่าเริ่มมีอาการผิดปกติในรถแล้ว เนื่องจากปัญหาหลาย ๆ อย่างจะเริ่มจากความผิดปกติเล็ก ๆ น้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเป็นปัญหาใหญ่และทำให้รถเสียต่อไป
1.เกจวัดน้ำมัน จะบอกระดับของน้ำมันในถังเชื้อเพลิง ซึ่งรถบางรุ่นจะมีไฟเตือนขึ้นมาหากน้ำมันเชื้อเพลิงในรถใกล้หมด แต่พยายามอย่าให้เข็มต่ำกว่าหนึ่งในสี่ของถังน้ำมัน สัญญลักษณ์ดูได้ตามภาพ
3.มิเตอร์วัดระยะทาง โดยจะบอกระยะทางที่รถวิ่งมาทั้งหมดในแต่ละเที่ยว หรือตรวจการกินน้ำมันของรถเราได้กับระยะทางที่รถวิ่งมา และมิเตอร์ตัวนี้สามารถปรับได้ โดยกดปุ่มตั้งปรับ
5.ไฟเตือนน้ำมันเบรก หากขณะขับรถยนต์อยู่หากเกิดไฟนี้เตือนขึ้นมาแสดงว่าระดับน้ำมันเบรกลดต่ำกว่าระดับที่กำหนดไว้ แต่หากรถยนต์ปกติไฟเตือนนี้จะติดและดับลงเมื่อเราติดเครื่องยนต์แล้ว
1.เกจวัดน้ำมัน จะบอกระดับของน้ำมันในถังเชื้อเพลิง ซึ่งรถบางรุ่นจะมีไฟเตือนขึ้นมาหากน้ำมันเชื้อเพลิงในรถใกล้หมด แต่พยายามอย่าให้เข็มต่ำกว่าหนึ่งในสี่ของถังน้ำมัน สัญญลักษณ์ดูได้ตามภาพ
2.เกจวัดอุณหภูมิน้ำหล่อเย็นในรถ โดยจะบอกอุณหภูมิภายในเครื่องยนต์รถว่ามีความร้อนสูงหรือไม่ โดยหากเข็มชี้หรือเข้าใกล้ตัว H หรือสีแดงบน แสดงว่าเครื่องยนต์ของรถเราร้อนจัด ให้ตรวจสอบดูน้ำในถังพัก แต่อย่าพึ่งเปิดฝาดูขณะเครื่องยนต์ร้อน จะทำให้น้ำมีแรงดันพุ่งออกมา ซึ่งน้ำจะมีอุณหภูมิสูงมากเพราะร้อนจัด ดังนั้นควรตรวจสอบน้ำในถังพักก่อนติดเครื่องยนต์ออกจากบ้าน
3.มิเตอร์วัดระยะทาง โดยจะบอกระยะทางที่รถวิ่งมาทั้งหมดในแต่ละเที่ยว หรือตรวจการกินน้ำมันของรถเราได้กับระยะทางที่รถวิ่งมา และมิเตอร์ตัวนี้สามารถปรับได้ โดยกดปุ่มตั้งปรับ
4.ไฟเตือนประตู โดยไฟจะติดค้างอยู่เมื่อประตูรถยนต์ไม่ปิด หรือปิดไม่สนิท
5.ไฟเตือนน้ำมันเบรก หากขณะขับรถยนต์อยู่หากเกิดไฟนี้เตือนขึ้นมาแสดงว่าระดับน้ำมันเบรกลดต่ำกว่าระดับที่กำหนดไว้ แต่หากรถยนต์ปกติไฟเตือนนี้จะติดและดับลงเมื่อเราติดเครื่องยนต์แล้ว
6.ไฟเตือนไฟชาร์จ หากขณะขับรถยนต์อยู่ หากมีไฟนี้ติดขึ้นมาแสดงว่าระบบไฟชาร์จของรถยนต์เรามีความผิดปกติ ซึ่งสายพานไดชาร์จอาจจะขาดได้ ข้อแนะนำให้เปลี่ยนสายพานก่อนขับรถ ซึ่งหากยังไม่เปลี่ยนอาจจะเป็นผลทำให้เครื่องยนต์ร้อนจัดได้ และทำให้เกิดความเสียหายแก่ภายในไดชาร์จได้ แต่หากไฟชาร์จปกติดี เมื่อเราติดเครื่องยนต์แล้วจะมีแสงไฟขึ้นแล้วก็ดับลง
7.ไฟเตือนความดันน้ำมันเครื่องยนต์ หากขณะขับรถยนต์ หากมีไฟนี้ติดขึ้นมาแสดงว่าความดันน้ำมันเครื่องต่ำกว่าปกติที่กำหนด แก้ไขโดยดับเครื่องยนต์แล้วตรวจสอบดูระดับน้ำมันเครื่อง หากน้ำมันเครื่องยังปกติอยู่และไฟยังเตือนอยู่ แสดงว่าอาจจะเกิดจากสวิตซ์ความดันน้ำมันเครื่องเสีย แต่หากไฟชาร์จปกติดี เมื่อเราติดเครื่องยนต์แล้วจะมีแสงไฟขึ้นแล้วก็ดับลง
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงบางส่วนซึ่งเป็นส่วนน้อยเท่านั้น ซึ่งระบบรถยนต์บางรุ่นจะมีสัญญลักษณ์ต่าง ๆ ที่แตกต่างกันไปทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขอให้อ่านและตรวจสอบในคู่มือรถยนต์รุ่นนั้น ๆ ต่างหากครับ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)









