วันศุกร์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2555

ขับรถเกียร์กระปุกหรือเกียร์ธรรมดา

ขับรถเกียร์กระปุกหรือเกียร์ธรรมดา ควรทำดังนี้

1.เปลี่ยนเกียร์ทุกครั้ง ต้องเหยียบคลัตช์ให้สุดไปเลย

2.ห้ามผลักคันเกียร์เร็วเกินไป เว้นระยะเวลาให้เฟืองของเกียร์ขบกันให้ได้ัจังหวะก่อน เป็นการป้องกันไม่ให้เกียร์เสียดสีกันรถป้ายแดง

3.ออกรถด้วยเำกียร์ 1 เสมอ เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนอย่างนิ่มนวลโดยไม่ทำให้คลัตช์ลื่น

4.หยุดรถให้สนิทก่อนที่จะเข้าเกียร์ถอยหลัง และหากถอยหลังแล้วต้องให้รถหยุดนิ่งสนิทเสียก่อน แล้วจึงเข้าเกียร์เดินหน้า


5.ห้ามขับรถลงทางลาดชันโดยใช้เีกียร์ว่าง เพราะจะทำให้ไม่มีกำลังเครื่องยนต์ช่วย ทำให้บังคับรถยาก เป็นอันตรายอย่างมาก


6.เมื่อใช้เกียร์สูงต้องรักษาความเร็วของรถให้คงที่มากที่สุด  เกียร์ 5 ช่วยลดรอบเครื่อง ทำให้ประหยัดน้ำมันและลดการสึกหรอของเครื่องยนต์ สตาร์ทเครื่อง


7.ควรเลือกใช้เกียร์ให้เหมาะสมกับความเร็วของรถและรอบความเร็วของเครื่องยนต์


8.การใช้เกียร์สูงในความเร็วที่รอบต่ำเกินไป อาจจะทำให้เครื่องยนต์น็อกได้ ส่วนประกอบรถ


9.แต่การใช้เกียร์ต่ำที่ความเร็วรอบสูงเกินไป อาจจะทำให้เครื่องยนต์สึกหรอและสิ้นเปลืองน้ำมัน

10.ห้ามเปลี่ยนเกียร์ในขณะที่รถวิ่งอยู่ในทางโค้ง

วันอังคารที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2555

วิ่งรถป้ายแดงในช่วงการรันอิน

เครื่องยนต์ที่สึกหรอเกิดจากสาเหตุหลายประการ แต่โดยหลัก ๆ แล้วเกิดขึ้นได้ในช่วงเวลา 3 ช่วงดังต่อไปนี้


                          1.ช่วงที่รถใหม่รันอิน หรือช่วงที่เครื่องยนต์ที่มากับรถยังใหม่เอี่ยมอยู่ ซึ่งเป็นช่วงที่มีการสึกหรอของเครื่องยนต์มากที่สุด เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงที่ชิ้นส่วนหรืออุปกรณ์ของเครื่องยนต์รถนั้นกำลังปรับตัวเข้าหากัน ซึ่งแรก ๆ อาจจะยังไม่เข้าที่เข้าทาง ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงที่ต้องระมัดระวังเอาใจใส่เป็นพิเศษ
                          2.ช่วงที่ชิ้นส่วนหรืออุปกรณ์เครื่องยนต์ปรับเข้าที่เข้าทางแล้ว โดยผ่านช่วงที่รถวิ่งรันอินมาแล้ว และเป็นช่วงที่เครื่องยนต์รถยนต์สึกหรอน้อยมาก และความฝืดของชิ้นส่วน อุปกรณ์ มีน้อยกว่าช่วงรันอิน ดังนี้ช่วงนี้ต้องพยายามรักษาดูแลเครื่องยนต์ในระยะนี้ให้นานที่สุด หากหมดช่วงนี้ไปแล้ว รถอาจจะลดประสิทธิภาพในการใช้งานลงมาก และการจะต้องงดการใช้งานไปในที่สุด


                                    3.ช่วงที่ชิ้นส่วนหรืออุปกรณ์เครื่องยนต์ สึกหรออย่างรวดเร็ว เป็นช่วงสุดท้ายของการใช้เครื่องยนต์รถยนต์ และอาจจะเรียกได้ว่าเป็นช่วงที่เจ้าของรถจะต้องเตรียมเงินไว้ในการซ่อมแซม 


                                       โดยสรุปแล้ว หากผู้ใช้รถใหม่ป้ายแดงรู้จักวิธีการใช้รถยนต์ได้อย่างถูกต้องในช่วงที่ 1 และช่วงที่ 2 แล้ว จะทำให้อายุการใช้งานของรถยนต์ตนเองนั้นยาวนานขึ้น และจะทำให้เราประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกมาก หรืออาจจะมองหารถคันใหม่ต่อไปในอนาคต การสตาร์ตรถป้ายแดงเกียร์อัตโนมัติ

การสตาร์ตรถยนต์เครื่องยนต์เกียร์อัตโนมัติ

การสตาร์ตรถยนต์เครื่องยนต์เกียร์อัตโนมัติ มีขั้นตอนดังนี้
                1.ดึงเบรกมือขึ้นซึ่งโดยปกติการจอดรถก็ต้องดึงเบรกมือไว้อยู่แล้ว
                2.ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในรถยนต์ให้หมด เช่น แอร์ในรถยนต์ ไล่ฝ้า ไฟฟ้าภายในรถยนต์ เพื่อเป็นการประหยัดแบตเตอรี่และมีกำลังพอที่จะสตาร์ตรถยนต์
                3.เข้าเกียร์  N หรือ P ไว้
                4.เหยียบเบรกเท้า แล้วทำการสตาร์ตรถยนต์ได้ การสตาร์ตเครื่องยนต์ที่ถูกต้อง

ข้อแนะนำ 
                 สำหรับเครื่องยนต์ สำหรับเครื่องยนต์ที่เย็น หรือในกรณีที่เราจอดไว้นาน ๆ จนเครื่องยนต์เย็น ดังนี้ คือควรทำการอุ่นเครื่องยนต์ไว้ก่อน ประมาณ 1 นาที ก่อนออกตัวทุกครั้ง และขณะอุ่นเครื่องยนต์นั้น ไม่ควรเบิ้ลคันเร่งเครื่องยนต์รถยนต์บ่อย ๆ หรือขับรถถอยหลังหรือเดินหน้า  การอุ่นเครื่องเช่นนี้เป็นการทำให้น้ำมันเครื่องไหลขึ้นไปหล่อลื่นชิ้นส่วนต่าง ๆ ของรถยนต์ได้อย่างทั่วถึง เป็นการช่วยยืดอายุการใช้งานและยังเป็นการบำรุงรักษาเครื่องยนต์ หากออกรถไปในทันทีทันใดเมื่อเครื่องยนต์ติดแล้วนั้น จะส่งผลทำให้เครื่องยนต์สึกหรอได้ง่าย

วันอาทิตย์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2555

การสตาร์ตเครื่องรถยนต์ที่ถูกต้อง

ลำดับแรกของการสตาร์จรถยนต์เครื่องยนต์เกียร์ธรรมดามีดังนี้


1.ดึงเบรกมือ เพื่อไม่ให้รถเคลื่อนย้ายได้


2.ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในรถยนต์ทั้งหมด เพื่อให้แบตเตอรี่ภายในรถยนต์มีไฟฟ้าเพียงพอที่จะสตาร์จ


3.เข้าเกียร์ว่างรถยนต์



4.เหยียบคลัตช์รถยนต์ให้สุด เพื่อที่จะทำให้เครื่องยนต์รถยนต์สตาร์ตติดง่าย รถบางคันหากเราไม่เหยียบคลัตช์เครื่องยนต์รถยนต์จะสตาร์ตไม่ติด อีกทั้งเป็นการช่วยยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ ได้ด้วย



ข้อเตือนใจ

- อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในแต่ละครั้งขณะสตาร์ตรถยนต์นั้น ส่วนใหญ่เกิดจากการที่ผู้ขับขี่รถยนต์จอดรถคาเกียร์ไว้ และผู้ขับขี่รถยนต์ยืนอยู่นอกรถขณะสตาร์ต

มารู้จักส่วนประกอบสัญญลักษณ์ต่าง ๆ ภายในรถที่ผู้ขับขี่รถยนต์ควรทราบ

                                ส่วนประกอบต่าง ๆ ภายในรถยนต์ที่ผู้ขับขี่ควรทราบและสังเกต ก่อนขับขี่รถยนต์ ซึ่งหากทราบว่ามีสัญญลักษณ์ที่ขึ้นนั้นเตือน แสดงว่าเริ่มมีอาการผิดปกติในรถแล้ว เนื่องจากปัญหาหลาย ๆ อย่างจะเริ่มจากความผิดปกติเล็ก ๆ น้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเป็นปัญหาใหญ่และทำให้รถเสียต่อไป
                               
                                1.เกจวัดน้ำมัน จะบอกระดับของน้ำมันในถังเชื้อเพลิง ซึ่งรถบางรุ่นจะมีไฟเตือนขึ้นมาหากน้ำมันเชื้อเพลิงในรถใกล้หมด แต่พยายามอย่าให้เข็มต่ำกว่าหนึ่งในสี่ของถังน้ำมัน สัญญลักษณ์ดูได้ตามภาพ


                                 2.เกจวัดอุณหภูมิน้ำหล่อเย็นในรถ โดยจะบอกอุณหภูมิภายในเครื่องยนต์รถว่ามีความร้อนสูงหรือไม่ โดยหากเข็มชี้หรือเข้าใกล้ตัว H หรือสีแดงบน แสดงว่าเครื่องยนต์ของรถเราร้อนจัด ให้ตรวจสอบดูน้ำในถังพัก แต่อย่าพึ่งเปิดฝาดูขณะเครื่องยนต์ร้อน จะทำให้น้ำมีแรงดันพุ่งออกมา ซึ่งน้ำจะมีอุณหภูมิสูงมากเพราะร้อนจัด ดังนั้นควรตรวจสอบน้ำในถังพักก่อนติดเครื่องยนต์ออกจากบ้าน



                                    3.มิเตอร์วัดระยะทาง  โดยจะบอกระยะทางที่รถวิ่งมาทั้งหมดในแต่ละเที่ยว หรือตรวจการกินน้ำมันของรถเราได้กับระยะทางที่รถวิ่งมา และมิเตอร์ตัวนี้สามารถปรับได้ โดยกดปุ่มตั้งปรับ



                                  4.ไฟเตือนประตู โดยไฟจะติดค้างอยู่เมื่อประตูรถยนต์ไม่ปิด หรือปิดไม่สนิท




                                  5.ไฟเตือนน้ำมันเบรก หากขณะขับรถยนต์อยู่หากเกิดไฟนี้เตือนขึ้นมาแสดงว่าระดับน้ำมันเบรกลดต่ำกว่าระดับที่กำหนดไว้  แต่หากรถยนต์ปกติไฟเตือนนี้จะติดและดับลงเมื่อเราติดเครื่องยนต์แล้ว




                                    6.ไฟเตือนไฟชาร์จ หากขณะขับรถยนต์อยู่ หากมีไฟนี้ติดขึ้นมาแสดงว่าระบบไฟชาร์จของรถยนต์เรามีความผิดปกติ  ซึ่งสายพานไดชาร์จอาจจะขาดได้ ข้อแนะนำให้เปลี่ยนสายพานก่อนขับรถ ซึ่งหากยังไม่เปลี่ยนอาจจะเป็นผลทำให้เครื่องยนต์ร้อนจัดได้ และทำให้เกิดความเสียหายแก่ภายในไดชาร์จได้ แต่หากไฟชาร์จปกติดี เมื่อเราติดเครื่องยนต์แล้วจะมีแสงไฟขึ้นแล้วก็ดับลง




                                  7.ไฟเตือนความดันน้ำมันเครื่องยนต์ หากขณะขับรถยนต์ หากมีไฟนี้ติดขึ้นมาแสดงว่าความดันน้ำมันเครื่องต่ำกว่าปกติที่กำหนด แก้ไขโดยดับเครื่องยนต์แล้วตรวจสอบดูระดับน้ำมันเครื่อง หากน้ำมันเครื่องยังปกติอยู่และไฟยังเตือนอยู่ แสดงว่าอาจจะเกิดจากสวิตซ์ความดันน้ำมันเครื่องเสีย แต่หากไฟชาร์จปกติดี เมื่อเราติดเครื่องยนต์แล้วจะมีแสงไฟขึ้นแล้วก็ดับลง


                                    ทั้งหมดนี้เป็นเพียงบางส่วนซึ่งเป็นส่วนน้อยเท่านั้น ซึ่งระบบรถยนต์บางรุ่นจะมีสัญญลักษณ์ต่าง ๆ ที่แตกต่างกันไปทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขอให้อ่านและตรวจสอบในคู่มือรถยนต์รุ่นนั้น ๆ ต่างหากครับ